จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

พระนางเลือดขาว

   เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเป็นชาวภูเก็ตมีอาชีพค้าขาย แต่ว่าทำอย่างไรไม่มีกำไรเหมือนกับคนอื่นๆเลย ต่อมาภรรยาได้ตั้งครรภ์ ก็มีซินแซมาทักว่าเด็กในครรภ์นั้นจะเป็นผู้หญิง และจะเป็นผู้ที่มีบุญบารมีมาเกิด ซึ่งต่อมาไม่นานภรรยาก็ให้กำเนิดบุตรสาวจริงๆ ทั้งคู่ตั้งชื่อลูกว่า มัตสุหรี ซึ่งหลังจากที่เด็กคนนี้เกิดมา ก็ได้นำพาเงินทองและความสุขมาให้กับสามีภรรยาคู่นี้ เมื่อด.ญ.มัสสุหรีอายุได้ 5 ขวบ ได้แนะนำให้พ่อซื้อเรือสำเภาเป็นของตนเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเช่าคนอื่น พ่อของเธอก็ได้เชื่อตามที่ลูกบอก (เมื่อลูกเอ่ยปากว่าน่าจะทำอะไร ทั้งคู่ก็เชื่อลูกมาโดยตลอด เพราะเชื่อแล้วมีแต่สิ่งดีๆมาตลอด) ต่อมาทั้งคู่เห็นว่าน่าจะพาลูกออกไปค้าขายบ้าง จึงได้พากันขึ้นเรือสำเภาออกไปค้าขาย แต่ทั้งสามหารู้ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับพายุมรสุม เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการเดินเรือ (ชาวประมงในทะเลอันดามันจะไม่เดินเรือในช่วงหน้ามรสุม เดือนอะไรผมก็จำไม่ได้) ทำให้เรือสำเภาเกิดอับปาง แต่โชคดีที่ทั้งสามรอดชีวิต ลอยไปติดอยู่ที่เกาะลังกาวี

เมื่อขึ้นไปบนเกาะพบชาวลังกาวี ก็ขอความช่วยเหลือ แต่พอชาวลังกาวีรู้ว่าเป็นคนไทยก็ไม่ให้ความช่วยเหลือ และยังขับไล่ไสส่ง เพราะชาวลังกาวีสมัยนั้นคิดว่าคนไทยคือคนไม่ดี ทั้งสามจึงต้องอยู่กันตามลำพัง พ่อกับแม่มีอาชีพหาของป่าขาย ส่วนมัสสุหรีนั้น ก็กลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน และมักถูกเด็กคนอื่นๆรังแก มัสสุหรีจึงอยู่กับบ้านทำงานบ้าน ตอนเย็นเมื่อพ่อกับแม่กลับมาถึงบ้าน มัสสุหรีก็จะออกมาคอยพ่อกับแม่ มือหนึ่งถือน้ำเพื่อให้พ่อแม่กิน อีกมือถือไม้เรียวให้พ่อแม่ลงโทษถ้าทำอะไรผิด ซึ่งก็ทำแบบนี้จนกระทั่งโตเป็นสาว

ต่อมาเกาะลังกาวีต้องเผชิญกับภัยแล้ง ไม่มีน้ำเลยสักแหล่งเดียว ประชาชนเกิดความเดือดร้อนไปทั่ว รวมถึงครอบครัวของมัสสุหรีด้วย นางจึงได้อธิษฐานว่า ถ้านางเป็นผู้มีบุญญาธิการจริงๆ ขอให้นางพบเจอกับแหล่งน้ำด้วย เมื่อนั้นนางจึงเอาเท้าเขี่ยหินก้อนหนึ่ง ซึ่งพอเขี่ยออกไปก็มีตาน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นจำนวนมหาศาล นางจึงได้ป่าวประกาศให้ชาวลังกาวีทราบ และให้มาเอาน้ำที่บ้านของนาง (ปัจจุบันบ่อน้ำแห่งนี้ เป็นเพียงบ่อเดียวในลังกาวีที่ไม่มีระดับน้ำลดลงเลย แม้จะเข้าสู่หน้าแล้ง เป็นบ่อเดียวที่มีน้ำตลอดทั้งปี ซึ่งบ่ออื่นไม่เป็น)



....เกี่ยวกับเชื้อสายของพระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวี.....

ต้น สกุล วัน ดารุส (WAN DARUS) ได้แต่งงานกับ มาซูรี คนไทยที่มีเชื้อสายคนไทยสมัยสุโขทัยที่เข้ามาตั้งเมืองไทรบุรี หรือ สยามอิสลาม ที่ชาวมลายูเรียกว่า "สามสาม" นางมาซูรีถูกฆ่าตายเมื่อ พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ วัน ดาเกม หรือ โต๊ะเกม ที่ถูกพามาอยู่ที่เมืองถลางหลังจากเกิดการฆ่าประหารกันบนเกาะลังกาวี

1, เชื้อสายรุ่นที่ 1

1. วัน ดาเกม (วัน อาเกม) หรือโต๊ะเกม (ชาย) อพยพมาอยู่ที่เมืองถลาง แต่งงานกับ อาลี ฉะ มีบุตร 6 คน (ชาย 2 หญิง 4 คน) คือ
1.1 โต๊ะเภา (ชาย)
1.2 นางสำหมี (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลสาริยา
1.3 ไม่ทราบชื่อ (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลยาหยี
1.4 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.5 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.6 ไม่ทราบชื่อ (ชาย)
ทายาท ที่สืบเชื้อสายจากบุตรชาย 2 คนนั้นถือเป็นสายตรงจาก วัน ดาเกมหรือโต๊ะเกม นั้นคือบุตรชาย 2 คนได้แก่ โต๊ะเภาและบุตรชายอีกคนหนึ่ง ไม่ทราบว่ายังใช้ "วัน" [WAN> เป็นชื่อสกุลอยู่หรือไม่
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรหญิง 4 คนได้แต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่แยกสาขาครั้งแรกเป็น 4 ตระกูล ที่ปรากฎชื่อคือ สกุล ยาหยี สาริยา ต่อมามีลูกหลานออกไปสัมพันธ์กับสกุลอื่นอีกจึงมีสาขาแยกออกไปอีกได้แก่ ยัสสิน จำปาดะ อังศิริกุล เป็นต้น

2.เชื้อสายรุ่นที่ 2

2.1 โต๊ะเภา (วัน โต๊ะเภา)
2.2 นางสำหมี แต่งงานกับคนในตระกูล สาริยา มีบุตรคือ นางเสาดะ สาริยา
2.3 หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่งงานกับคนในตระกูล ยาหยี มีบุตรชื่อ โต๊ะเหม ยาหยี

3.เชื้อสายรุ่นที่ 3

3.1 นางเสาดะ สาริยา ต่อมาแต่งงานกับคนในตระกูล จำปาดะ (นายตอเหยบ จำปาดะ)
(ติดต่อที่ 77/1 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) มีบุตรชื่อนางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ
3.2 โต๊ะเหม ยาหยี มีบุตรชื่อ นายเฉลิม ยาหยี

4.เชื้อสายรุ่นที่ 4

4.1 นางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ แต่งงานกับคนในสกุล อังศิริกุล (ติดต่อที่ เนินตองรี
สอร์ท ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต)
4.2 นายเฉลิม ยาหยี

5.เชื้อสายรุ่นที่ 5

5.1 นายอิสเมล ยัสสิน ISMAIL YASSIN
5.2 นายเฉน ยาหยี มีบุตรชื่อ นายสุวรรณ ยาหยี (ติดต่อที่ 38/1 หมู่ 2 ต.กมลา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต)

6.เชื้อสายรุ่นที่ 6
6.1 นายสุวรรณ ยาหยี แต่งงานกับนางสุณี มีบุตรชื่อ ด.ญ.ศิรินทรา (อาลีฉะ) ยาหยี 


"ยินดีจะเสียชีวิต แต่ถ้าบริสุทธิ์ขอให้เลือดตัวเองเป็นสีขาว และขอให้เกาะลังกาวีไม่มีความเจริญ ไม่ให้พบกับสันติสุขไปจนถึง 7 ชั่วโคตร" นี่คืออาถรรพ์คำสาปที่ "พระนางเลือดขาว" หรือ "พระนางมัสสุหรี" ได้เอ่ยปากสาปแช่ง "เกาะลังกาวี" ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์... ใคร จะสามารถถอนคำสาปนี้ได้... ใครจะทำให้เกาะลังกาวีเจริญและพ้นจากคำสาปนี้ได้ วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปค้นหาคำตอบของเรื่องราวต่างๆ พร้อมๆ กับเจาะลึกชีวิตของทายาทรุ่นที่ 7 ของ "พระนางเลือดขาว" กันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับ "เกาะลังกาวี" กันซะหน่อย...



" เกาะลังกาวี" (Langkawi) ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ใกล้ฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย อยู่ในรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ตรงข้ามกับเกาะตะรุเตา ใกล้กับชายแดนไทย อยู่ห่างจากเมืองกัวลาเปอร์ลิส ประมาณ 30 กิโลเมตร และเมืองกัวลาเคดะห์ 51 กิโลเมตร แต่เดิมเกาะลังกาวีเคยเป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็น สยามอิสลาม อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัชกาลที่ 5 และได้เสียดินแดนส่วนนี้ให้กับประเทศอังกฤษในที่สุด

สำหรับเรื่องราวของ พระนางเลือดขาว หรือพระนางมัสสุหรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ตที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อม ทั้งงานบ้านงานเรือนและความสวยงาม ทั้งๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต

พระนางมัสสุหรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรี มีบุตรเป็นหญิง ส่วนพระนางมัสสุหรี มีบุตรเป็นชายชื่อ "วันฮาเกม" ตามกฎของสำนักพระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึกๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสสุหรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมาโจมตี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้ายคิดร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า พระนางมัสสุหรีแอบคบชู้ ทำให้องค์สุลต่านตัดสินประหารชีวิตพระนางมัสสุหรีด้วยกริช โดยที่สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน

ซึ่งก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ พระนางมัสสุหรีได้อธิษฐานว่า "หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน" แต่เมื่อเพชฌฆาตลงคมกริชประหาร คมกริซนั้นกลับไม่ระคายผิวนางเลย เมื่อเป็นเช่นนี้พระนางมัสสุหรีจึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้น ตระกูลจากบ้านของนางมา และเมื่อคมกริชจรดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่มโดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย องค์สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางมัสสุหรีเสียเลือดมากแล้ว ด้าน พี่ชายของพระนางมัสสุหรีเกรงว่าหลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของพระนางมัสสุหรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ต และเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โดยโอรสของพระนางมัสสุหรีเติบโตขึ้นมีนามว่า "โต๊ะวัน" นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1

สำหรับ สุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อน และคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า . . .

MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''

แปลความได้ว่า . . .

มัสสุ หรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) 1235 หรือ คริสต์ศักราช 1819 (พ.ศ. 2362) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า ''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 7 ชั่วอายุคน''

และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "เกาะลังกาวี" ก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุข เพราะมนตราแห่งการสาปแช่งของพระนางมัสสุหรี มาตั้งแต่ พ.ศ.2362 เป็นเวลา 181 ปี ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่มืดดำเฉกเช่นชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตก ต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง 7 ชั่วอายุคน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เกาะลังกาวีกำลังจะผ่านพ้นช่วงแห่งความมืดมิด เพราะได้ผ่านพ้นมาแล้ว 6 ชั่วอายุคน และก้าวเข้าสู่คนรุ่นที่ 7 ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นผู้มาแก้คำสาป เพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับ

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์หลายๆ สำนักของมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซีย ต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของพระนางมัสสุหรี จนมาพบว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่ง ก็คือ นางสาวศิรินทรา ยายี มีหลักฐานมากมายที่แสดงถึงความเป็นทายาทผู้ถอนคำสาป ไม่ว่าจะเป็นกริซประจำตระกูล รูปภาพ และบรรพบุรุษชื่อ "วันฮาเกม" ทางรัฐบาลจึงเชิญพระนางทายาทรุ่นที่ 7 กลับสู่เกาะลังกาวี เพื่อถอนคำสาป จากเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อเธอได้ไปยืนอยู่บนแผ่นดินเกาะลังกาวี เธอกลับกลายเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ไปในทันที

" ศิรินทรา ยายี" หรือ "เมย์" เกิดเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต (น่าแปลกที่วันนั้นไม่มีเด็กคนไหนถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเธอเลย แถมท้องฟ้าที่ใสกระจ่างกลับมืดดำ และฝนก็เทกระหน่ำลงมานานถึง 1 เดือน) ศิรินทรา ยายี เป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ ยายี และนางสุนี ยายี มีน้องชาย 1 คน ปัจจุบัน ศิรินทรา ยายี กำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตส หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ทุนของเอกชนในประเทศมาเลเซีย ให้ศึกษาในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย อยู่ 2 ปี แต่มีปัญหาเรื่องทุนจึงต้องกลับมาเรียนต่อในไทย

"หนูรู้สึกภูมิใจในการที่ได้เกิดเป็นทายาทรุ่นที่ 7 เพราะคุณทวดหนูเป็นคนดี และหนูคงเอาความดีของคุณทวดมาเป็นแบบอย่าง" ศิรินทรา กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังการไปเยือนเกาะลังการวีของ ศิรินทรา ยายี เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ทำให้เกาะต้องมนต์แห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี ในความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์



1 ความคิดเห็น:

  1. Casino Game For Sale by Hoyle - Filmfile Europe
    › casino-games ventureberg.com/ › casino-games › casino-games › casino-games gri-go.com Casino Game https://jancasino.com/review/merit-casino/ for sale by Hoyle on Filmfile nba매니아 Europe. Free shipping for most countries, no download required. Check the deals we 바카라 사이트 have.

    ตอบลบ